วันนี้ Report Tech จะพาทุกคนมาพบกับบทความรีวิวมือถือสมาร์ทโฟนตัวใหม่ๆกันอีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนน้องใหม่อย่าง ViVO XShot ถึงจะบอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนน้องใหม่แต่ ก็เจ้าสมาร์ทโฟนตัวนี้ก็ไม่ได้ไก่กานะ มาพร้อมกับความสามารถอัดแน่น พร้อมดีไซน์ที่ลงตัว เจ้า ViVO XShot ตัวนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ :D
แกะกล่อง ViVO XShot
ก่อนอื่นก็มาเริ่มด้วยการแกะกล่องกันก่อนเลย ตัวแพ็คเกจของ ViVO XShot นั้นก็ออกแบบมาได้หรูหราดี มีโลโก้XShot อันเบอเริ่มอยู่ตรงกลาง กล่องขนาดใหญ่ใชได้
ก่อนอื่นก็มาเริ่มด้วยการแกะกล่องกันก่อนเลย ตัวแพ็คเกจของ ViVO XShot นั้นก็ออกแบบมาได้หรูหราดี มีโลโก้XShot อันเบอเริ่มอยู่ตรงกลาง กล่องขนาดใหญ่ใชได้
เปิดกล่องมาปุ๊บ ก็จะพบกับเจ้า ViVO XShot พระเอกของเรานอนอยู่อย่างสงบ (ยังไม่ตายนะ 555)
อุปกรณ์ภายในกล่องก็จะมีคู่มือ สาย USB , อแดปเตอร์ชาร์จไฟ และหูฟังแบบ In Ear แพ็คไว้อย่างสวยงามครับ
การดีไซน์ของ ViVO XShot
หลังจากที่ดูอุปกรณ์ภายในกล่องเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลามาดูตัวเครื่องกันบ้าง ในเรื่องของการดีไซน์นั้น ViVO ก็ออกแบบมาได้สวยตามสมาร์ทโฟนสมัยนิยม มาพร้อมกับกรอบเครื่องด้านข้างแบบโลหะ ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม ขนาดของตัวเครื่องก็อยู่ที่ 73.3 × 146.45 × 7.99 มม. (บางเพียง 7.99 เท่านั้น)
หลังจากที่ดูอุปกรณ์ภายในกล่องเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลามาดูตัวเครื่องกันบ้าง ในเรื่องของการดีไซน์นั้น ViVO ก็ออกแบบมาได้สวยตามสมาร์ทโฟนสมัยนิยม มาพร้อมกับกรอบเครื่องด้านข้างแบบโลหะ ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม ขนาดของตัวเครื่องก็อยู่ที่ 73.3 × 146.45 × 7.99 มม. (บางเพียง 7.99 เท่านั้น)
การจับถือก็อาจจะรู้สึกแปลกๆนิดหนึ่งเพราะด้วยขอบตัวเครื่องที่ยื่นออกมาพอสมควร (ไม่เสมอไปกับเครื่อง) ทำให้การถือค่อนข้างขัดๆกัน
ด้านหลังของตัวเครื่องก็จะใช้วัสดุฝาหลังเป็นวัสดุผิวกลอสซี่ ออกลื่นๆ
ViVO XShot มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full-HD (1920x1080 พิกเซล) การแสดงผลก็ถือว่าสวยใชได้ เรื่องความสว่างก็ถือว่าสว่างเลยแหละแม้จะเปิดเพียงแค่ครึ่งเดียวก็สว่างมากแล้ว ^^
ด้านบนของหน้าจอจะมีไฟ LED สำหรับแจ้งเตือน , กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ลำโพงสนทนา Light Sensor , Proximity Sensor และแฟลชกล้องหน้า
ส่วนด้านล่างก็ 3 ปุ่มสัมผัสมาตรฐานสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ปุ่ม Menu , ปุ่ม Home และปุ่ม Back (น่าเสียดายที่ไม่มีไฟ Backlight)
ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีช่องใส่ซิมแบบ Micro-SIM และ Micro-SD ที่สามารถเพิ่มได้สูงสุด 128 GB
ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่ม เพิ่ม-ลดเสียง , ปุ่ม Power และปุ่ม Shutter สำหรับถ่ายรูป
ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบ Micro-USB แลไมโครโฟนตัวหลักสำหรับสนทนา
ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่ 2 เอาไว้ใช้ตัดเสียงรบกวน
ด้านหลังของตัวเครื่องจะมีเลนส์กล้องขนาดใหญ่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมกับไฟแฟลชแบบ Dual-Tone ด้วย
ด้านล่างของฝาหลังจะมีลำโพงหลักของตัวเครื่องอยู่ครับ
สเปคของ ViVO XShot
ViVO XShot นั้นมาพร้อมกับสเปคที่จัดหนักจัดเต็มระดับเรือธงกันเลยทีเดียว หน่วยประมวลตัวแรงอย่าง Snapdragon 801 ความเร็ว 2.3 GHz หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 330 GPU , แรมให้มาที่ 2 GB , หน่วยความจำภายใน 16 GB และแบตเตอรี่ให้มาที่ 2600 mAh ครับผม
ViVO XShot นั้นมาพร้อมกับสเปคที่จัดหนักจัดเต็มระดับเรือธงกันเลยทีเดียว หน่วยประมวลตัวแรงอย่าง Snapdragon 801 ความเร็ว 2.3 GHz หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 330 GPU , แรมให้มาที่ 2 GB , หน่วยความจำภายใน 16 GB และแบตเตอรี่ให้มาที่ 2600 mAh ครับผม
เรื่องการเชื่อมต่อก็รองรับเครือข่าย 3G ทุกเครือข่าย 850/900/2100 MHz , 4G LTE ก็รองรับเช่นกันและรองรับ USB OTGด้วยนะ
UI บน ViVO XShot
มาดูกันที่ตัว UI กันบ้าง ViVO XShot นั้นจะมาพร้อมกับ Funtouch OS 1.2 แต่ข้างในจริงๆก็ยังคงมีแกนหลักเป็น Android อยู่ ซึ่งเป็น Android 4.3 Jelly Bean นั่นเอง โดยความสามารถของ Funtouch OS ก็จะให้เราสามารถปรับแต่งรูปแบบหน้า Launcher ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Theme , หน้า Lockscreen หรือฟีเจอร์พวก Gesture ต่างๆ (อารมณ์เหมือน ColorOS ของ Oppo ล่ะครับ)
มาดูกันที่ตัว UI กันบ้าง ViVO XShot นั้นจะมาพร้อมกับ Funtouch OS 1.2 แต่ข้างในจริงๆก็ยังคงมีแกนหลักเป็น Android อยู่ ซึ่งเป็น Android 4.3 Jelly Bean นั่นเอง โดยความสามารถของ Funtouch OS ก็จะให้เราสามารถปรับแต่งรูปแบบหน้า Launcher ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Theme , หน้า Lockscreen หรือฟีเจอร์พวก Gesture ต่างๆ (อารมณ์เหมือน ColorOS ของ Oppo ล่ะครับ)
หน้าตาคร่าวๆของ Funtouch OS ก็จะเรียบๆประมาณนี้ คือไม่มีหน้า App Drawer ทุกแอพก็จะรวมกันอยู่ในหน้าแรกนี้แหละครับ
แถบ Notification Bar ด้านบนก็จะมีเพียงวันที่ การแจ้งเตือน และปุ่มทางลัดเข้าหน้า Settings เท่านั้น ส่วนพวก Toggle ต่างๆก็จะถูกย้ายไปอยู่ในหน้า Recent Apps แทนด้วยการกดปุ่มโฮมค้างไว้ หรือว่าถ้าไม่อยากกดปุ่มโฮมค้างไว้ก็สามารถปาดขึ้นจากด้านล่างของจอได้ด้วย (คุ้นๆมั้ย :P) แต่ตรงนี้ต้องขอตินิดหนึ่ง เนื่องด้วยการใช้งานโดยปาดขึ้นจากด้านล่างนี้ อาจจะทำให้เผลอไปกดปุ่ม 3 ปุ่มด้านล่างได้ ผมว่าใช้กดปุ่มโฮฒค้างแบบเดิมล่ะดีแล้ว 555
ตัวอย่างพวก Theme ที่มีให้เลือก ก็มีให้โหลดฟรีๆเพียบ
หรือจะปรับเป็นส่วนๆให้หน้า Mix Match ก็ได้ครับ ในนี้ก็จะมีให้เลือกปรับพวก Wallpaper , Unlock Mode (รูปแบบของหน้า Lockscreen) , Side Effect (รูปแบบการปาดหน้าในหน้าโฮม)
ฟีเจอร์ Smart Motion ต่างๆ
อย่างที่บอกไปว่า Funtouch OS นั้นนอกจากความสามารถในการปรับแต่งหน้าตา UI แล้ว ยังมีความสามารถด้าน Geature ต่างด้วย โดยเราสามารถเข้าไปเลือกตั้งค่าได้ใน Settings > Smart Motion
อย่างที่บอกไปว่า Funtouch OS นั้นนอกจากความสามารถในการปรับแต่งหน้าตา UI แล้ว ยังมีความสามารถด้าน Geature ต่างด้วย โดยเราสามารถเข้าไปเลือกตั้งค่าได้ใน Settings > Smart Motion
ภายในนี้ก็จะมีคำสั่งให้เลือกปรับมากมาย อย่าง Smart Wake ที่ให้เราสามารถปลกหน้าจอของเราได้โดยไม่ต้อวกดปุ่ม Power เลย อาทิ Black Screen Glance (ผายมือผ่านเซ็น Proximity Sensor ด้านบนเพื่อปลุกหน้าดูสถานะมือถือ หรือการแจ้งเตือนนิดหน่อย) , Sliding upward to unlock (ปาดนิ้วขึ้นเพื่อปลดล็อค) , Sliding downward to Take a photo (ปาดนิ้วลงเพื่อเข้าโหมดกล้อง) หรือจะวาดตัวอักษรต่างๆเพื่อเข้าสู่แอปอื่นๆเป็นต้น
Air Wake ที่ทำให้เข้าสู่แอปต่างๆได้ด้วยการกดปุ่มลดเสียง แล้ววาดท่าทางในอากาศ อาทิ กดปุ่มลดเสียงค้างไว้วาดรูปตัว M แล้วปล่อย จะเป็นการเปิดเพลงเป็นต้นครับ ฟีเจอร์นี้ก็ดูล้ำดี แต่ให้ทำตอนคนเยอะๆก็คงเขินน่าดู ><
Air Operation อันนี้ก็คล้ายๆกับ Black Screen Gesture ใช้การผายมือกับตัว Proximity Sensor เพื่อปลดล็อคเครื่อง , ใช้ผายมือเพื่อเลื่อนรูปภาพในอัลบั้ม หรือเลื่อนหน้าจอใน Home Screen ประมาณนั้นครับ
Smart Light อันนี้ก็เก๋ไม่แพ้กันคือการใช้ตัว Light Sensor ในการทำงาน อาทิ หน้าจอจะติดขึ้นมาอัตโนมัติเมื่อหยิบออกมาจากกระเป๋าและดับอัตโนมัติเมื่อใส่เข้ากระเป๋า , เคาะหน้าจอเพื่อปลุกหน้าจอ (คล้ายๆ Knock On) และ Smart keep bright ตัวเครื่องจะใช้กล้องหน้าจับดวงตาเราเพื่อความควบแสงขณะที่มองหน้าจออยู่)
Smart Call อันนี้จะเป็นการใช้การวัดระยะจาก Proximity Sensor ให้เราได้ใช้งานการโทรง่ายขึ้น อาทิ Smart Call (โทรออกได้ด้วยการยกโทรศัพท์มาแนบหู) , Smart Answer (รับสายโดยการเอาโทรศัพทฺมาแนบหู ไม่ต้องกดปุ่มใดๆ) , Smart Switch (ตัวเครื่องจะปรับเป็นโหมด Speaker Phone อัตโนมัติเมื่อเวลาคุยแล้วเอาฌทรศัพท์ออกห่างหู) , Smart Mute (ใช้ฝ่ามือปิดไปตรง Proximity Sensor เพื่อปิดเสียงเรียกเข้า) และ Smart Wave (ใช้การผายมือผ่านหน้าจอเพื่อรับสาย)
และความสามารถอื่นๆอย่าง Shake to open application (เขย่าเครื่องเพื่อเข้าสู่แอป) , Tilt to zoom (แตะเครื่องและขยับเครื่องขึ้นลงเพื่อซูมภาพใน Gallery) หรือ Smart Remind (เวลามีการแจ้งเตือนเครื่องจะมีการสั่นเตือนเมื่อเราหยิบเครื่องขึ้นมา) เป็นต้น
เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับฟีเจอร์ด้าน Smart Motion ของ Funtouch OS แจ่มๆทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะครับ แต่หากเพื่อนๆคิดว่าบางอันก็ไม่ได้ใช้งานก็สามารถเข้าไปปิดได้นะ ไม่จำเป็นต้องเปิดทุกตัวก็ได้ :P
ความบันเทิงบน ViVO XShot
มาต่อกันที่เรื่องของความบันเทิงไม่ว่าจะเป็นเรื่องดูไฟล์วีดีโอ ฟังเพลง เล่นเว็บกันบ้าง อย่างที่จั่วหัวไว้ว่า ViVO XShot นั้นเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นด้านระบบเสียงอย่างแท้จริงนั้น ไม่ได้เว่อเกินไป เพราะเจ้าตัวนี้มาพร้อมกับชิปเสียงHi-Fi DAC CS4398 สำหรับการฟังเพลงผ่านหูฟังอีกด้วย
มาต่อกันที่เรื่องของความบันเทิงไม่ว่าจะเป็นเรื่องดูไฟล์วีดีโอ ฟังเพลง เล่นเว็บกันบ้าง อย่างที่จั่วหัวไว้ว่า ViVO XShot นั้นเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นด้านระบบเสียงอย่างแท้จริงนั้น ไม่ได้เว่อเกินไป เพราะเจ้าตัวนี้มาพร้อมกับชิปเสียงHi-Fi DAC CS4398 สำหรับการฟังเพลงผ่านหูฟังอีกด้วย
แถมยังมีารปรับแต่งคุณภาพเสียงให้เข้ากับหูฟังหลากหลายชิ้น หลายแยรนด์อีกด้วย โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่าเสียงได้ใน iMusic > Audio Effect > BBE ก็จะมีให้เลือกปรับตามในภาพด้านบนเลย ถือว่าสุดยอดมากๆ
นอกจากเรื่องของเสียงที่ได้จากหูฟังแล้ว ลำโพงของตัวเครื่องก็ให้เสียงที่ดีไม่แพ้กัน เวลาจะดูหนังหรือว่าไฟล์วีดีโอตาม Youtube แบบสั้นๆ ไม่อยากเสียบหูฟังก็ไม่ผิดหวังครับ เสียงดีใช้ได้ บวกกับหน้าจอ 5.2 ความละเอียดระดับ Full-HD แล้วด้วย ยิ่งได้อารมณ์เข้าไปใหญ่ :D
ประสิทธิภาพของ ViVO XShot
ViVO XShot มาพร้อมกับชิปเซ็ตระดับท็อปไม่แพ้อินเตอร์แบรนด์ในท้องตลาดเลย อย่างหน่วยประมวลผล Snapdragon 801 Quad-core 2.3 GHz , แรม 2 GB แต่จะให้เห็นชัดหน่อยก็คงต้องจับมาทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป Antutu Benchmark 5.1 กันดูหน่อย ผลที่ได้คะแนนก็ออกมาที่ 40,544 เลยทีเดียวครับผม
ViVO XShot มาพร้อมกับชิปเซ็ตระดับท็อปไม่แพ้อินเตอร์แบรนด์ในท้องตลาดเลย อย่างหน่วยประมวลผล Snapdragon 801 Quad-core 2.3 GHz , แรม 2 GB แต่จะให้เห็นชัดหน่อยก็คงต้องจับมาทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป Antutu Benchmark 5.1 กันดูหน่อย ผลที่ได้คะแนนก็ออกมาที่ 40,544 เลยทีเดียวครับผม
การเล่นเกมบน ViVO XShot
ทดสอบประสิทธิภาพก็แล้ว เอาเป็นว่ามาลองเล่นเกมจริงๆให้เห็นผลกันเลยดีกว่า โดยเกมที่จะใช้ทดสอบประสิทธิภาพเครื่องก็มีเกมใหญ่ๆอย่าง Asphalt 8 , Real Racing 3 , Dead Trigger 2 , Spider-man Unlimited และเกมปกติเล่นสบายๆอย่าง Vector , Lego starwars 2 , Major Mayhem , Tennis 3D
ทดสอบประสิทธิภาพก็แล้ว เอาเป็นว่ามาลองเล่นเกมจริงๆให้เห็นผลกันเลยดีกว่า โดยเกมที่จะใช้ทดสอบประสิทธิภาพเครื่องก็มีเกมใหญ่ๆอย่าง Asphalt 8 , Real Racing 3 , Dead Trigger 2 , Spider-man Unlimited และเกมปกติเล่นสบายๆอย่าง Vector , Lego starwars 2 , Major Mayhem , Tennis 3D
ผลที่ออกมาก็ลื่นไหลตามสไตล์สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ตัวท็อปๆเลย แต่ตัวเกม Asphalt 8 เกมแข่งรถสุดฮิตกลับมีปัญหาแอปเด้งตอนจะเข้าเล่นซะงั้น (สงสัยคงต้องรออัพเดทอีกทีนะครับ)
การถ่ายภาพบน ViVO XShot
มาดูกันที่อีกจุดเด่นของเจ้า XShot อย่างเรื่องกล้องถ่ายภาพกันบ้าง ViVO XShot ติดกล้องหลังมาที่ 13 ล้านพิกเซล (ใช็เซ็นเซอร์ Sony IMX214 มี f/Stop 1.9) พร้อมไฟแฟลชคู่แบบ Dual-Tone
มาดูกันที่อีกจุดเด่นของเจ้า XShot อย่างเรื่องกล้องถ่ายภาพกันบ้าง ViVO XShot ติดกล้องหลังมาที่ 13 ล้านพิกเซล (ใช็เซ็นเซอร์ Sony IMX214 มี f/Stop 1.9) พร้อมไฟแฟลชคู่แบบ Dual-Tone
และที่สำคัญมีปุ่ม Shutter ด้วย (แต่แอบกดยากไปนิด) และเราสามารถเข้าโหมดกล้องได้ทันทีเพียงแค่กดปุ่ม Sutter 2 ครั้งพร้อมกัน ตัวกล้องจะจับภาพติดกัน 5 ภาพด้วย เอาไว้เผื่อเจอช็อตสำคัญๆแล้วไม่ต้องมาเสียเวลากดปลดล็อคเครื่อง > เข้าแอปกล้อง > กดถ่าย ถือว่าเป็นวิธีที่แจ๋วใช้ได้เลย ^^
โหมดการถ่ายภาพก็มีให้เลือกมากมายอย่าง Normal , Face Beauty , Micro video (อัดเป็นคลิปสั้นๆอารมณ์ Instagram) , HDR , Sports , Night , Panorama , Pose , Auto Scene , Bokeh , PPT และ Children
ซึ่งหากว่าโหมดเหล่านี้ยังไม่ถูกใจก็ยังมี Pro Mode ให้ปรับแต่งกันเองแบบโปรเลยด้วย โดยการเลือกใช้โหมดนี้ก็แค่เลื่อนไอคอน ถ่ายภาพมาทางซ้าย แล้วตัวแอปจะพาเข้ามาให้โหมดนี้ทันที ซึ่งในส่วนนี้เราก็สามารถปรับแต่งได้แทบทุกอย่าง อาทิ EV , ISO , Shutter Speed , White Balance หรือแม้กระทั่งการโฟกัส (คล้ายๆกับ Nokia Camera)
ส่วนในเรื่องของการบันทึกวีดีโอนั้นกล้องหลังของ ViVO XShot ก็สามารถบันทึกได้ที่ความละเอียด 4K UHD ตามสมัยนิยมเลยล่ะ *0*
กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมเลนส์มุมกว้าง แต่ที่เด็ดเลยคือมีแฟลชด้านหน้าด้วย บันทึกวีดีโอได้ HD 720P เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มมาเลยทั้งกล้องหน้ากล้องหลัง
เอาเป็นว่าเรามาดูภาพตัวอย่างที่ถ่ายจากกล้องของ ViVO XShot กันเลยดีกว่าครับ
Bokeh โหมดหรือว่าโหมดหน้าชัดหลังเบลอก็ติดมาให้ตามสมัยนิยมนะ
เนื่องจากกล้องหลังนั้นสามารถถ่ายโหดม Pro ได้ด้วย เลยสามารถปรับแต่งให้ถ่ายพวก Speed Light ได้นิดหน่อย (แต่ไม่สามารถปรับค่ารูรับแสงได้เอง ถ้าจะเปิด Shutter Speed ไว้นานๆตัวภาพอาจจะสว่างเกินไป ปรับไว้ประมาณ 1-3 วินาทีกำลังดีครับ)
สำหรับสาวๆที่ไม่รู้ว่าจะโพสท่าแบบไหน ในตัวแอปกล้องก็มีโหมด POSE เป็นตัวอย่างให้โพสท่าตามได้สบายๆ ไม่ต้องมาคิดท่าเองละ (ใช้ได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง)
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า
การใช้งานแบตเตอรี่ของ ViVO XShot
มาปิดท้ายกันในเรื่องของเรื่องแบตเตอรี่ ViVO XShot ให้แบตเตอรี่มาที่ 2,600 mAh ก็ถือว่าไม่ได้มากมายอะไรสำหรับสมาร์ทโฟนหน้าจอ 5.2 นิ้ว โดยรวมแล้วการทำงานของแบตเตอรี่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ ทดสอบโดยการปรับแสงหน้าจอที่ 50% , ใช้งานอินเทอร์เน็ตเปิด Wi-Fi สลับกับ 3G ตลอด , เล่นกมบ้างนิดหน่อย , ถ่ายรูป 20-30 รูป ก็พอที่จะสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันครับ ไม่ได้สูบแบตฯมากมายอะไร ส่วนเรื่องความร้อน หากใช้งานต่อเนื่องนานๆก็มีความร้อนให้เห็นบ้างบริเวณขอบเครื่อง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับร้อนจี๋ครับ ^^
มาปิดท้ายกันในเรื่องของเรื่องแบตเตอรี่ ViVO XShot ให้แบตเตอรี่มาที่ 2,600 mAh ก็ถือว่าไม่ได้มากมายอะไรสำหรับสมาร์ทโฟนหน้าจอ 5.2 นิ้ว โดยรวมแล้วการทำงานของแบตเตอรี่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีครับ ทดสอบโดยการปรับแสงหน้าจอที่ 50% , ใช้งานอินเทอร์เน็ตเปิด Wi-Fi สลับกับ 3G ตลอด , เล่นกมบ้างนิดหน่อย , ถ่ายรูป 20-30 รูป ก็พอที่จะสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันครับ ไม่ได้สูบแบตฯมากมายอะไร ส่วนเรื่องความร้อน หากใช้งานต่อเนื่องนานๆก็มีความร้อนให้เห็นบ้างบริเวณขอบเครื่อง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับร้อนจี๋ครับ ^^
สรุปการทดสอบ ViVO XShot
ViVO ก็ถือว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาดประเทศไทยตอนนี้ แต่ด้วยคุณภาพของสินค้าที่ไม่ธรรมดาเลย อย่างViVO XShot นี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชิปเซ็ตที่เลือกใช้ตัวท็อปๆของตลาดตอนนี้อย่าง Snapdragon 801 , ระบบเสียงคุณภาพดีเยี่ยม หรือแม้กระทั่งกล้องหลังและหน้าที่มีคุณภาพดีด้วยเซ็นเซอร์จาก Sony เรียกได้ว่า ViVO XShot นั้นเหมาะกับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพเยี่ยม เน้นความบันเทิงในด้านการฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกม หรือชอบการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าได้ลองสัมผัสแล้วจะต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน สำหรับราคามือถือเปิดตัวของรุ่นนี้ก็อยู่ที่ 14,990 บาทครับผม !! ^^"
ViVO ก็ถือว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาดประเทศไทยตอนนี้ แต่ด้วยคุณภาพของสินค้าที่ไม่ธรรมดาเลย อย่างViVO XShot นี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชิปเซ็ตที่เลือกใช้ตัวท็อปๆของตลาดตอนนี้อย่าง Snapdragon 801 , ระบบเสียงคุณภาพดีเยี่ยม หรือแม้กระทั่งกล้องหลังและหน้าที่มีคุณภาพดีด้วยเซ็นเซอร์จาก Sony เรียกได้ว่า ViVO XShot นั้นเหมาะกับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพเยี่ยม เน้นความบันเทิงในด้านการฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกม หรือชอบการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าได้ลองสัมผัสแล้วจะต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน สำหรับราคามือถือเปิดตัวของรุ่นนี้ก็อยู่ที่ 14,990 บาทครับผม !! ^^"
จุดเด่น
- สเปคระดับท็อปๆในตลาดตอนนี้
- กล้องถ่ายภาพคุณภาพเยี่ยมยอด (ทั้งหน้าและหลัง)
- รองรับการบันทึกวีดีโอที่ความละเอียด 4K
- รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE
- ระบบเสียง HiFi สุดทรงพลัง
จุดสังเกต
- ไม่รองรับ NFC
- ปุ่มสัมผัสไม่มีไฟ Backlight
- ตัวเลนส์กล้องมีขนาดใหญ่และนูนออกมากว่าตัวเครื่องพอสมควรอาจจะเป็นรอยได้ง่าย
ขอบคุณบทความจาก : เฮียแม๊พ TechXcite
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น